Ethicalbehavior.Info


คำว่า จริยธรรม มาจากคำ 2 คำคือ จริยะ + ธรรม ซึ่งแปลตามศัพท์คือ

คำว่า จริยธรรม มาจากคำ 2 คำคือ จริยะ + ธรรม ซึ่งแปลตามศัพท์คือ จริยะ แปลว่า
ความประพฤติ กิริยาที่ควรประพฤติ ธรรม แปลว่า คุณความดี คำสั่งสอนในศาสนา หลักปฏิบัติ
ในทางศาสนา ความจริง ความยุติธรรม ความถูกต้อง กฎเกณฑ์ เมื่อนำเอาคำจริยะมาต่อกับคำว่า
ธรรม เป็นจริยธรรม แปลเอาความหมายว่า กฎเกณฑ์แห่งความประพฤติ หรือหลักความจริงที่เป็น
แนวทางแห่งความประพฤติปฏิบัติ คำสอนของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่า ธรรม นั้น แบ่งออกเป็น 3
ประเภทคือ                                                                                                                                            1) ประเภทที่ควรบำเพ็ญ ควรนำมาปฏิบัติให้เกิดขึ้นในตน ควรนำมาปรับปรุงตนให้เป็น
คนดี เรียกว่า กุศลธรรม
2) ประเภทที่ควรละเว้น ไม่ควรนำมาประพฤติปฏิบัติเพราะเป็นธรรมที่ทำให้เป็นสิ่งไม่ดี
เรียกว่า อกุศลธรรม
3) ประเภทที่จัดเป็นกุศลและอกุศลไม่ได้ เป็นสิ่งที่ควรปรึกษาให้รู้ไว้ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องละ
เว้นหรือต้องบำเพ็ญเรียกว่า อัพยากตธรรม ธรรมที่เป็นกุศลนั้น เป็นสิ่งที่ให้คุณอย่างเดียว สามารถ Continue reading this entry »


ระดับที่ 1 ระดับก่อนกฎเกณฑ์สังคม (Pre-Conventional)

ระดับที่ 1 ระดับก่อนกฎเกณฑ์สังคม (Pre-Conventional) ในระดับนี้เด็กจะได้รับ
กฎเกณฑ์และข้อกำหนดของพฤติกรรมที่ “ดี” “ไม่ดี” จากผู้มีอำนาจเหนือตน เช่น บิดา มารดา ครู
หรือเด็กโต และมักจะคิดถึงผลที่ตามมาที่จะนำรางวัลหรือการลงโทษมาให้พฤติกรรม “ดี”
พฤติกรรมที่แสดงแล้วได้รางวัล พฤติกรรม “ไม่ดี” พฤติกรรมที่แสดงแล้วได้รับโทษโคลเบิร์กได้แบ่ง
พัฒนาการทางจริยธรรมระดับนี้เป็น 2 ขั้น คือ
1) การลงโทษ และการเชื่อฟัง (Punishment and Obedience Orientation)
2) กฎเกณฑ์เป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของตน (Instrumental Relativist
Orientation)
ระดับที่ 2 ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์สังคม (Conventional) พัฒนาการ
จริยธรรมระดับนี้ ผู้ทำถือว่า การประพฤติตนตาม ความคาดหวัง ของผู้ปกครอง บิดา มารดา กลุ่ม
ที่ตนเป็นสมาชิกหรือของชาติ เป็นสิ่งที่ควรจะทำหรือทำความผิดเพราะกลัวว่า ตนจะไม่เป็นที่ Continue reading this entry »


พระภาวนาวิริยคุณ ได้ให้ความหมายคำว่าวินัยที่ปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนามี ความหมายแตกต่างกัน 3 นัยคือ

วินัย หมายถึง นัย หรือแง่มุมต่างๆ เช่น ปาฏิโมกข์ คือ วินัยต่างๆทั้งที่เป็นของพระภิกษุและภิกษุณี
วินัย หมายถึง นัยพิเศษ หรือ นำไปให้วิเศษ คือ นำผู้ปฏิบัติให้ดีขึ้นตามลำดับ ๆ
วินัย หมายถึง กฎระเบียบสำหรับฝึกอบรม กายและวาจาเพื่อให้มีความประพฤติ
เหมาะสมจากความหมายทั้ง 3 ข้อนี้ อาจสรุปรวมได้ว่า วินัย คือ เครื่องควบคุมกายและวาจาเพื่อให้บุคคลมีพฤติกรรม หรือแสดงพฤติกรรมต่างๆ อย่างเหมาะสม เป็นระเบียบดีงาม
วินัย หมายถึง กฏเกณฑ์ ระเบียบแบบแผน ที่กำหนดหรือบัญญัติขึ้นไว้ เพื่อควบคุม
พฤติกรรมของสมาชิกในสังคมนั้นๆ แบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ
1) วินัยทางโลก หมายถึง กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่บัญญัติขึ้นไว้ เพื่อ
ควบคุม มิให้บุคคลล่วงละเมิดสิทธิของกันและกัน เป็นต้น
2) วินัยทางธรรม หมายถึง ข้อบัญญัติทางศาสนา ทุกศาสนาย่อมจะมีบทบัญญัติ
สำหรับศาสนิกชนของตน กล่าวเฉพาะพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ทรงบัญญัติวินัยไว้ 2 ประการ Continue reading this entry »


แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับจริยธรรมตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับจริยธรรมตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ผู้วิจัยกล่าวถึง
พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน หลักจริยธรรมพื้นฐานของพระพุทธศาสนา และพุทธจริยธรรมทางสังคม ดังนี้
2.2.1 พุทธจริยธรรมขั้นพื้นฐาน พุทธจริยธรรมขั้นพื้นฐาน หมายถึง คุณธรรมและ
หลักการปฏิบัติที่ดีงาม ซึ่งมีลักษณะจำเพาะและเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในตัวเอง หรือสิ่งมีค่าภายใน
แม้ว่าบุคคลอื่นจะไม่เห็นก็ตาม เช่น ความขยัน ความซื่อสัตย์ ความมีระเบียบวินัย ความบริสุทธิ์
แห่งจิตใจ การมีปัญญาที่ถูกต้องดีงาม และมโนธรรมต่างๆ จริยธรรมขั้นพื้นฐานเป็นฐานของ
จริยธรรมทางสังคม การปฏิบัติตามจริยธรรม ทางสังคมจะไม่เกิดผลดีนักหากปราศจากจริยธรรม
ขั้นพื้นฐาน และจริยธรรมขั้นพื้นฐานเป็น จุดมุ่งหมายที่ต้องบรรลุถึงด้วย ในการปฏิบัติตาม
จริยธรรมทางสังคมนั้น มีเป้าหมายอย่างหนึ่ง คือการมีคุณธรรม เพราะฉะนั้น จริยธรรมขั้นพื้นฐาน
สามารถพิจารณาได้ว่า เป็นทั้งเป้าหมาย และเป็นทั้งเหตุปัจจัยทำให้มีการปฏิบัติตามจริยธรรมทาง
สังคมอย่างมีประสิทธิภาพ และบังเกิดผลดีอีกด้วย Continue reading this entry »


ความมีสัจจะ คือความซื่อสัตย์ไม่คดโกง

ไม่หลอกลวง ไม่คิดเอาแต่ได้ ไม่โลภอยากได้ในสิ่งที่ตนไม่มีสิทธิที่จะครอบครอง ความซื่อสัตย์จัดเป็นการประพฤติสุจริต ผู้ที่มีสัจจะไม่คิดแสวงหาผลประโยชน์มิชอบธรรม กล่าวคือ จะไม่คิดเบียดบังผลประโยชน์ของคนอื่นและผลประโยชน์ของส่วนรวม ผลที่ตามมาจากการมีสัจจะก็คือ ความรู้สึกละอายต่อการทำความชั่ว(ทุจริต) เป็นผู้มีหิริโอตตัปปะ                                                                     ความข่มใจตัวเอง หมายถึง ความสามารถในการบังคับจิตใจของตนเองได้ไม่ให้ลุ
อำนาจแก่ราคะโทสะ และโมหะ การข่มใจตนเองได้รวมถึง ความอดทน ยอมรับฟังความคิดเห็นที่มี
เหตุผลของบุคคลอื่น หรือความมีใจกว้าง ยอมรับฟังข้อโต้แย้ง และการวิพากษ์วิจารณ์จากบุคคล
อื่น โดยไม่ขุ่นเคืองหรือแสดงอาการโกรธไม่พอใจ การข่มใจตนเองได้ จึงต้องมีสติกำกับ ตลอดเวลา
ผลที่ตามมาจากการข่มใจตนเองได้ก็คือ การมีวินัยในตัวเอง ควบคุมตนเองได้ และปฏิบัติตาม
บรรทัดฐานที่ดีงามของสังคมได้อย่างเป็นปกติและราบรื่น                                                                   2.2.3 พุทธจริยธรรมทางสังคม พุทธจริยธรรมทางสังคม หมายถึง ข้อห้ามหรือข้อ Continue reading this entry »


ทาน คือ การให้โดยไม่เสียดายในภายหลัง

เป็นการให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนการให้ด้วยจิตใจอันประกอบด้วยเมตตากรุณา หวังจะให้ผู้รับมีความสุขการให้นี้ถือว่าเป็นการแสดงออกในเชิงไมตรีต่อบุคคลอื่นซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้และรับทราบได้โดยบุคคลทั่วไป ทานมี3 อย่าง คือ
(1) การให้สิ่งของหรือวัตถุ (อามิสทาน)                                                                                           (2)การให้อภัยไม่ถือโทษไม่โกรธตอบต่อบุคคลอื่นที่ดุด่า หรือเบียดเบียนเรา(อภัยทาน)
(3) การให้คำแนะนำสั่งสอนเพื่อให้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และเพื่อเป็นคนดีมีประโยชน์
ต่อตนเองและส่วนรวม(ธรรมทาน) หากพิจารณาตาม หลักสังคหวัตถุ 4 จะพบว่า ทาน เป็น
หลักการข้อแรกในการชนะใจคนอื่น ข้อที่สองก็คือการ ให้คำพูดที่ไพเราะอ่อนหวานแก่คนที่ติดต่อ
สัมพันธ์ด้วยกับเรา (ปิยวาจา) ข้อที่ สาม คือ การให้บริการ ช่วยเหลือบุคคลอื่นที่ตกทุกข์ได้ยาก
และการปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม (อัตถจริยา) ข้อสุดท้ายคือ การรู้จักปฏิบัติตนเป็นคนดี
เสมอต้นเสมอปลาย (สมานัตตตา) ปฏิบัติตนเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงาน วัย และเพศ ซึ่ง
ถือเป็นการให้ตัวอย่างที่ดีแก่บุคคลอื่นด้วย ดังนั้น การให้ทานจะบังเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ให้ Continue reading this entry »